หัวข้อโครงงานวันที่14กรกฎาคม2550

กิจกรรมที่เพื่อนๆอยากทำในโครงงานของวิชา SSC 263 Developing Leader 

1.นุ๊ก – ละครเวที

2.อาร์ม – เผยแพร่ความเป็นผู้นำ

3.เชอร์รี่+ใหม่ – สอนหนังสือ,ปฐมพยาบาล

4.ต้น+ดี้ – รณรงค์เรื่องโลกร้อน,ปลูกจิตสำนึกประหยัดและอนุรักษ์พลังงาน,รณรงค์การใช้จักรยาน

5.ชมพู่ – ไปศูนย์วิทยาศาสตร์กับเด็กด้อยโอกาส

6.นุ่น – อ่านหนังสืออัดเทปให้กับคนตาบอดล

7.ต้น – ศึกษาโครงการตัวอย่างเช่นโครงการของในหลวง โครงการของราชินีเพื่อนำมาเผยแพร่

8.นุ๊ก – พัฒนากิจกรรมกีฬา 3 พระจอมให้เป็นที่รู้จัก

9.ชมพู่ – ปลูกฝังความภาคภูมิใจและรักในมจธ.

10.เอิง – กิจกรรมเพื่อคนด้อยโอกาส

11.วิ – อบรมความรู้พื้นฐานทางด้านกฎหมาย

12.เชอร์รี่ – เผยแพร่วัฒนธรรมไทยในต่างแดน

13.พงษ์ – จัดกิจกรรมแนะแนวให้กับนักเรียนที่จะเข้าศึกษาต่อที่สนใจในแต่ละภาคแต่ละคณะ ไม่ใช่จัดอบรมความรู้

****ถ้าขาดของใครช่วยเติมในCommentด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ****

9 Responses to “หัวข้อโครงงานวันที่14กรกฎาคม2550”

  1. n00n Says:

    พี่ชมพู่อัพเร็วมากเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่มาสรุปให้อ่าน
    แต่เอาของนุ่นออกได้มั้ยคะ อายเค้าจัง ^^”
    เดี๋ยวอาทิตย์หน้าคงได้ข้อสรุปแล้วนะคะว่าเราจะทำอะไรกัน ^^

  2. film7kmutt Says:

    7.ศึกษาโครงการตัวอย่างเช่นโครงการของนายหลวง โครงการของราชินีเพื่อนำมาเผยแพร่

    9.ชมพู่ – ปลูกฝังความภาคภูมิใจและรักในมจธ.

    น่าสนใจมากๆครับน่าจะทำควบคู่กันไปได้ ฟิล์มสนใจข้อ 9 ก่อน เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว

    ขอโทดที่ไม่ได้มาคับ

  3. n00n Says:

    ขอเสริมนิดนึงนะคะ
    อันที่ 7. ถ้านุ่นจำไม่คิดเป็นความคิดของต้นค่ะ

  4. fruitchompu Says:

    ขอบใจนะจ๊ะน้องนุ่นที่ช่วยบอก พี่ลืมจดชื่อไว้อะ

  5. kmuttleader Says:

    ขอบคุณครับชมพู่ที่รบกวนรวบรวมให้

    ผมรบกวนช่วยแก้ไข ข้อ 7 จาก นายหลวง ให้เป็น ในหลวงหน่อยนะครับ

  6. macaque Says:

    จากเท่าที่พวกเรานั่งคุยกันนะ…มีความรู้สึกว่า อาจารย์เค้าอยากให้เรามีแนวคิดสร้างสรรค์ให้เกิดสิ่งที่แปลกๆใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีคนทำ หรือ ทำกันน้อยมาก เอามาเป็นโครงงานพิเศษในเทอมนี้

    ถ้างั้นผมขอวิจารณ์ที่ละงาน กะบอกถึงความเป็นได้อย่างตรงไปตรงมาจะมีใครว่าเรามั้ยเนี่ย

    อย่างงานแรกนะ.. “ละครเวที” ถามถึงความเหมาะสมกะความเป็นได้ ถ้ามองว่าในกลุ่มมี 21 คน มันโอเคมั้ย…มันก็โอเคนะ ทั้งตัวคนแสดง คนจัดสถานที่ คนจัดงาน ทีมงานประชาสัมพันธ์ ถือว่างานเหมาะสมกะคนจำนวนน้อยแล้วแบ่งกระจายงานกันง่าย ลงตัวดี…แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าเรื่อง การเตรียมพร้อมกะระยะเวลา เนื่องจากเป็นงานที่ต้องอาศัยความพร้อมมาก…โดยเฉพาะเรื่องบทการแสดงแล้วก็สื่อที่ให้ข้อคิด จะพร๊อตบทออกมาดีๆให้ได้แนวคิดที่ทุกคนเข้าใจและสนุกมันก็ใช้เวลาจริงๆนะ คิดเป็นอาทิตย์ๆเลยด้วยซ้ำไปนะ แล้วก็ต้องซ้อมกันอีก…เพราะแสดงจริงคงไม่ได้แสดงละครแค่ 10 นาที จบแน่ๆ แล้วแสดงวันเดียวหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่คงไม่ใช่ว่าแสดงวันเดียวรอบเดียวน่ะ…คาดว่าละครเนี่ยอาจจะเอาเป็นตัวช่วยกะอีกงานอื่นก็ได้ พวกงานที่ออกไปนอกสถานที่นะ งานนี้เรื่องความเป็นผู้นำที่จะได้ก็เรื่องกล้าแสดงออกแน่ๆล่ะ

    อย่างที่ 2… “กิจกรรมเผยแพร่ความเป็นผู้นำ” อันนี้ยอมรับว่าหัวข้อนี้มันก็ตรงกะเนื้อหาที่เราเรียนกันทุกคนนะ ถือว่ามันเป็นเนื้อเรื่องที่สมเหตุสมผลมากที่สุดเลยก็ว่าได้…เพียงแต่อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ความเป็นไปได้นั้นทำได้ยากก็คือ ความน่าสนใจของงาน…แค่ตั้งชื่องานนี่ผมว่ามันก็ตั้งยากนะ เพราะแค่ชื่องานนี่มันก็มีผลต่อความน่าสนใจ ถ้าเราตั้งว่า “กิจกรรมทดสอบความเป็นผู้นำ” ชื่อแบบตรงกะงานที่จะทำเลย คนที่มาอ่านจะมีสักกี่คนที่สนใจ ดังนั้น..ถ้าจะจัดขึ้นมาจริงๆ ต้องตั้งชื่อ กิจกรรมอะไรสักด้านที่ส่งเสริมความเป็นผู้นำในตัวให้เค้าอยากรู้ว่างานนี้ดียังไงมีอะไร ให้อะไรบ้าง น่าสนใจมากน้อยแค่ไหน แล้วหลังกิจกรรมนี้สิ่งที่ผู้ที่เข้าร่วมได้รับสามารถเอาไปใช้ได้จริงแล้วเห็นผลได้หรือเปล่า…แล้วพูดจริงๆนะ ถ้าเราจะสอดแทรกกิจกรรมที่มีข้อคิดให้เกิดความเป็นผู้นำ มี%สูงมาก…ที่จะจัดกิจกรรมในรูปแบบกิจกรรมการเข้าค่าย ซึ่งถ้าให้ผมทำ คงจะทำเหมือน Com camp ที่มีการคัดเลือกตัวแทนแต่ละโรงเรียนมาเข้าค่าย…หรือถ้าเอาง่ายๆก็เลือกเด็กปี 1 ของแต่ละภาควิชามาเป็นผู้เข้าร่วมแต่ก็ยังต้องจำกัดจำนวนคน เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลของพวกเราอีก อันนี้ก็ต้องมาเป็นการบ้านเพิ่มเติมถ้าจะทำหัวข้อนี้นะ

    อย่างที่ 3… “สอนหนังสือ กะ การปฐมพยาบาล” ขอบเขตงานกว้างมาก…เพราะจะเลือกเป็นงานที่ใกล้ๆ หรืองานไกลๆมันก็ต่างกันที่เรื่องงบล่ะ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ที่พัก(กรณีที่ออกงานต่างจังหวัด) แต่การที่จะแสดงศักยภาพของทีมนั้นมีไม่เยอะ เนื่องจากคนสอนคงไม่ได้ใช้หมดทุกคน แล้วปัญหาก็คือการเตรียมตัว…อันนี้ปัญหาใหญ่ครับ เพราะเราจะมั่วนิ่มในเรื่องการสอน กะ การปฐมพยาบาลไม่ได้เลย จะต้องทฤษฎีกะปฏิบัติได้ควบคู่ไป ซึ่งระยะการเตรียมงานไม่แพ้เรื่องแสดงละครเวทีเลยหรืออาจจะหนักกว่านิดนึง เพราะ การเตรียมงานสูง ทั้งเรื่อง สันทนาการ กะวิชาการ แล้วเรื่องระยะเวลาการทำงานต้องชัวร์จริง(มีเวลาแค่ 3 เดือน ก่อนตุลา) ไม่งั้นไปไม่รอด…แต่ถามโดยรวมว่าดีมั้ย ดีครับ แต่ต้องคำนึงปัจจัยย่อยๆหลายอย่าง

    อย่างที่ 4… “การรณรงค์ต่างๆ” มันเป็นโครงการที่เราเห็นอยู่สม่ำเสมอ แต่จุดสนใจเป็นปัญหาเช่นเดียวกันกะ อย่างที่ 2(เผยแพร่ความเป็นผู้นำ)…เพราะหัวข้อพวกนี้ ถ้าพูดแบบตรงไปตรงมาเลย วัยรุ่น หรือคนที่อยู่ในวัยเรียนจะให้ความสนใจเรื่องพวกนี้มากน้อยแค่ไหน ผมมองว่าประเด็นพวกนี้ผู้ใหญ่หรือคนในวัยทำงานให้ความสนใจมากกว่าครับ จะทำเรื่องพวกนี้ต้องคิดหัวข้อที่ดีๆเพื่อชักชวนให้เค้าเข้ามาดู…ซึ่งถ้าดูดีๆแล้วก็ไม่ต่างกะการจัดนิทรรศการ อันนี้ไม่ใช่ว่าผมต่อว่างานนะครับ ยกตัวอย่างเช่น งานวิชาสังคมที่ให้มาจัดบอร์ดแสดงโครงงานที่ตึกศิลปศาสตร์ มีร้องๆนักศึกษาที่เข้ามาเดินดูสักกี่คน ถ้าพวกเราไม่เรียกเค้าให้เดินมาดูเอง…นี่เป็นสิ่งนึงที่ต้องยอมรับครับ เรื่องจำนวนคนเรากำหนดไม่ได้ ไม่แน่นอนเลย…เว้นแต่ให้มาจัดเป็น การอบรม สัมมนา แล้วมีวิทยากรมาให้ความรู้ อันนี้กำหนดคนได้แน่ๆ ซึ่งอาจจะดุดีกว่านิทรรศการเพียงอย่างเดียว หรือไม่ก็ทำควบคู่กันไป มีการจัดนิทรรศการและมีอบรมด้วย ส่วนเรื่องคนที่ทำงานไม่ถือเป็นปัญหามาก เพราะไม่ต้องมีการซักซ้อมหรือเตรียมการที่ตัวบุคคลแต่เตรียมที่ตัวงานเพียงอย่างเดียว เรื่องระยะเวลาเตรียมการจึงไม่มีปัญหามาก

    อย่างที่ 5.. “ไปศูนย์วิทยาศาสตร์กับเด็กด้อยโอกาส” ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ง่ายครับ การจัดทัศนศึกษานอกสถานที่ ไม่ต้องเตรียมการอะไรมากนัก เพราะเตรียมแค่ เรื่องการเดินทาง สถานที่(ติดต่อไว้เอง) วิทยากร(ในสถานที่จัดก็มีคนรับผิดชอบอยู่แล้ว) แต่ที่น่าคิดก็คือ…งานนี้สนุกสนานและก็ดีนะครับ แต่ไม่ได้มีส่วนอะไรที่ทดสอบศักยภาพของพวกเราเลยเท่าที่ควร เพราะถึงเวลาจริงเท่าที่ผมมองเราเองจะมีส่วนก็แค่เดินนำน้องไปที่ต่างๆ แทบจะไม่ได้แสดงทักษะความสามารถของตัวเราเองออกมาให้เห็นได้ประจักษ์เลย เว้นแต่เราจะมีกิจกรรมอะไรเพิ่มเติมมาช่วย ถึงจะเวิร์ค

    อย่างที่ 6… “อ่านหนังสืออัดเทปให้กับคนตาบอด” เป็นกิจกรรมดีครับ ได้บุญด้วย เพราะได้มีส่วนช่วยมีกิจกรรมให้คนเหล่านี้…แต่ ผมนึกไม่ออกนะว่าจะมีกิจกรรมอะไรมาช่วยเสริมเพิ่มเติม นอกจากการอ่านหนังสือ อัดเทป…มันออกไปทางแนวสังคมสงเคราะห์นะ

    อย่างที่ 7… “ศึกษาโครงการตัวอย่างเช่นโครงการของนายหลวง โครงการของราชินีเพื่อนำมาเผยแพร่” มันก็เหมือนกะการรณรงค์ที่ต้องจัดเป็นนิทรรศการ มีการแสดงผลงาน ใกล้เคียงกะงานรณรงค์ที่กล่าวไว้ข้างต้นครับ…แต่ดีตรงที่ว่า หัวข้อที่นำเสนอมีความน่าสนใจดีกว่าพวกการรณรงค์ประหยัดพลังงาน รณรงค์โลกร้อน…เพราะในหลวงเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ ประชาชนให้ความสนใจอยู่แล้ว เผลอๆผมว่าตัดหัวข้อ รณรงค์ไป เอาเรื่องในหลวงมาแทนก็ยังดีกว่าเลย เรื่องปัญหาความน่าสนใจก็ตัดออกไปได้ล่ะ ไม่มีปัญหาอะไร

    อย่างที่ 8… “พัฒนากิจกรรมกีฬา 3 พระจอมให้เป็นที่รู้จัก” อันนี้ผมว่าโคตรยากกก…เพราะมันคือการปลุกฝังจิตสำนึกของน้องๆให้รักในกิจกรรมในมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องยอมรับว่า หลายคนมาเพื่อเรียน หลายคนมาเพื่อกิจกรรม หลายคนเป็นยังไงก็ได้…แต่ละคนแต่ละแง่มุมความคิด เราจะแก้ไขอะไรเค้าได้นี่ยากมาก ยิ่งพวกปี 3 ปี 4 เป็นช่วงที่เรียนหนักใกล้จบอีก มีโปรเจคต้องทำ บางคนก็เตรียมฝึกงาน เค้าไม่มีเวลาทุ่มเทให้เรื่องนี้ได้หรอก หวังได้ก็เพียงเด็กปีแรกๆที่เข้ามาเรียนในสถาบันนี้…แล้วสื่อที่จะมาพรีเซนก็แคบมาก เพราะมันคือในส่วนของกีฬา แล้วงานนี้มันมีเป็นช่วง ปีละครั้งเท่านั้น จะแสดงให้เห็นมากขึ้นก็ต้องวันกิจกรรมจริง ความเป็นไปได้ที่จะทำแล้วสำเร็จ % ต่ำมากครับ…เพราะปัญหาใหญ่คือ เรานึกทริคที่จะมาใช้ให้เกิดประสิทธิผลไม่ออกเลยครับ

    อย่างที่ 9… “ปลูกฝังความภาคภูมิใจและรักใน มจธ.” อันนี้ก็เรื่องใกล้ตัวเรามาก ก็เราอยุ่มหาวิทยาลัยนี้นี่นา…ในส่วนกิจกรรมที่จะทำ ถ้าค่อยๆคิดก็ทำได้…ความน่าสนใจก็มีอยุ่เหมือนกัน แต่การทำงานขอบเขตของมันก็คงไม่พ้นในเรื่องของการจัดนิทรรศการ แต่ยังมีขอบเขตที่สั้นกว่าก็คือ จำกัดแค่ในมหาวิทยาลัยนี้เท่านั้น ไปจัดงานข้างนอกก็ไม่ได้ ฉะนั้นถ้าจะทำก็ต้องทำให้ดีจริงๆ

    อย่างที่ 10… “กิจกรรมเพื่อคนด้อยโอกาส” ที่พูดถึงก็คือ พวกเด็กสถานสงเคราะห์ กำพร้าบิดามารดา หรือคนชรา จริงๆแล้วใจความของงาน ก็ไม่ต่างกะงานที่นุ่นบอก “อ่านหนังสืออัดเทปให้กับคนตาบอด”…แต่อันนี้เราอาจจะมีขอบเขตทำกิจกรรมมากขึ้น เช่น แสดงละครได้ …สอนหนังสือได้ ร้องเพลง สันทนาการก็พอได้ เพราะเค้ามองเห็น ไม่ใช่ว่าผมไปมองว่าคนตาบอดไม่ดีนะ แต่มองว่ารูปแบบกิจกรรมมันกว้างกว่าหน่อยนึงจริงๆ

    อย่างที่ 11… “อบรมความรู้พื้นฐานทางด้านกฎหมาย” อันนี้มันเอาไปใช้ควบคู่กะการสอนหนังสือก็ได้…อย่างเรื่องกฎหมายเรื่องแรงงาน การค้าประเวณี หรือการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน มีการป้องกันยังไง ก็สามารถสอนหรือบอกวิธีแนวทางให้น้องๆได้ มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ ตรงที่ไม่ค่อยมีใครทำ แล้วในชั้นเรียนก็ไม่ได้สอนลึกมาก โดยพูดถึงศีลธรรมว่าดีไม่ดียังไง…แต่เนื้อหาที่เลือก็ต้องเลือกให้เหมาะกะวัยผู้เข้าร่วมหน่อย จะได้เข้าใจกันง่ายๆ

    อย่างที่ 12… “เผยแพร่วัฒนธรรมไทยในต่างแดน” อันนี้ไม่ขอ คอมเมนส์มาก….555 เกือบจะเวอร์เกินล่ะ ถ้าเอาแค่เผยแพร่วัฒนธรรมให้ชาวเขา ก็พอได้…แต่ไกลกว่านี้ ผมว่าลำบากแน่ อันนี้แซวเล่นๆนะ…สงสัยเชอร์รี่เค้าอยากเที่ยวมั้ง เห็นเสนองานมาแต่ละอย่าง อยู่ไกลๆมีที่ท่องเที่ยวทั้งน้านเลย

    อย่างที่ 13… “จัดกิจกรรมแนะแนวให้กับนักเรียนที่จะเข้าศึกษาต่อที่สนใจในแต่ละภาคแต่ละคณะ ไม่ใช่จัดอบรมความรู้”…อันนี้ผมเห็นว่ามันจัดทุกปีนะ พวก To be engineer ก็เข้าข่ายเดียวกัน แนะนำน้องๆ แล้วกิจกรรมแบบนี้มันทำทุกปีด้วยอ่ะ ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ประจำอยุ่แล้ว ไม่ได้มีความโดดเด่นกว่าที่เคยมีสักเท่าไหร่เลย ซึ่งถ้าจะทำงั้นก็ควรต้องไปทำนอกสถานที่ ตามโรงเรียน นัดวันที่เราจะเสนอ…รูปแบบการเรียนมหาวิทยาลัย คณะวิศวกรรมศาสตร์

    เหนื่อยโคตร….วิเคราะห์วิจารณ์แต่ละอย่างใช้เวลาคิดหาข้อดีข้อเสียความเป็นไปได้เป็น ชม.เลย แฮะๆ

  7. Ton Says:

    คือตามเจตนาที่พูดไปตอนนั้น การเยี่ยมชมโครงการของพระองค์ท่าน เป็นหัวข้อย่อย (ซึ่งจริงๆควรจะอยู่ข้อเดียวกัน) ของเรื่องโลกร้อน และประหยัดพลังงาน ซึ่งสิ่งที่พระองค์มีพระราชดำริขึ้น ก็มีไม่น้อยที่จะรณรงค์เรื่องเหล่านี้ เห็นว่าโครงการของพระองค์ท่าน น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี บวกกับที่เรียนไปเกี่ยวกับ “การนำผู้นำ” ก็เลยเสนอขึ้นมา ว่า แทนที่จะจัดนิทรรศการ(ที่อาจไม่น่าสนใจ) ก็พาคนไปดูสิ ดูของจริง แล้วเอาไปเล่าต่อให้คนอื่นๆ ได้รู้บ้าง… อะไรประมาณนี้

    ยังไงก็ขอบคุณพี่ชมพู่ ที่อุตส่าห์พิมพ์ให้นะครับ…

    อ่อ… ที่ถูกต้อง น่าจะเรียกว่า โครงการในพระราชดำริ และโครงการของ”พระ”ราชินี นะครับ ที่พูดขึ้นมา เพราะเคยได้ยินแว่วๆ ว่ามีที่หนึ่ง อยู่แถวพระประแดง (ถ้าดูแผนที่ จะอยู่ตรงกระเพาะหมู ที่แม่น้ำเจ้าพระยาโค้งๆ) แต่ไม่แน่ใจนะ…

  8. film7kmutt Says:

    ครึกครื้นจัง…ฮ่าๆ เด๋วถกกันต่อในคาบเรียนค๊าบบบพี่น้อง

  9. Satianpong Says:

    พงศ์ขอ comment ของเสาร์ที่ 21 นะครับ

    วันนี้ที่ประชุม พี่ชมพู่เหมือนตัวนำแกนในการประชุม ถ้าไม่มีพี่ชมพู่ คงประชุมไม่ได้อย่างรวดเร็วแบบนี้และก้อคงไม่ได้ข้อสรุปแบบนี้ ส่วนเนื้อหา พงศ์ก้อเห็นด้วยทุกประการคร๊าบ

    นับถือๆคร๊าบ


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: