สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ในวันที่ 29 กันยายน 2550

และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เราเรียนวิชานี้ด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย ในวันนี้พวกเรามาทำการนำเสนอโครงงานที่พวกเราได้ร่วมกัน ลงมือ ลงแรง ลงใจ ในโครงงานครั้งนี้เป็นอย่างมากทุกๆคนเลย และวันนี้อาจารย์ได้ให้เทคนิคการนำเสนอที่ดีมากๆ ให้พวกเราได้นำไปปรับแก้ในการนำเสนอครั้งต่อๆไปได้เป็นอย่างดี วันนี้พวกเราแต่งตัวเรียบร้อยกันทุกคนเลยดูแล้วภูมิฐานมากๆ อาจารย์ก็เลยแนะนำให้พวกเราไปถ่ายรูปเก็บไว้ที่สื่อของเรา ที่พวกเราทุ่มเททำกับมัน เราได้สื่อที่ภูมิใจมากๆออกมาสู่สายตายเพื่อเป็นการพัฒนานักศึกษาในมหาวิทยาลัยของเราเอง นอกจากความภาคภูมิใจที่พวกเราจะได้รับจาการทำโครงงานครั้งนี้แล้วพวกเรายังได้เพื่อน พี่ น้องที่น่ารักทุกคนถึงแม้บางครั้งจะมีการถกเถียงให้เสียน้ำใจกันบ้าง แต่พวกเราก็ผ่านกันมาได้เพื่อเป็นบทเรียนต่อไป คิดว่าโครงงานครั้งนี้ให้อะไรกับเรามากมายทั้งความสุข ความรู้ พัฒนานิสัยให้เข้ากับผู้อื่นได้มากขึ้น พัฒนาการพูดจาให้เหมาะสม สุดท้ายคิดว่าทุกคนต้องได้รับสิ่งดีเหมือนกับที่ชมพู๋ได้รับ ขอให้ทุกคนได้เก็บสิ่งนั้นไว้ และพัฒนาให้ดียิ่งๆขึ้นไป

สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ในวันที่ 22 กันยายน 2550

วันนี้พวกเราโชคดีมากๆๆที่ได้เกียรติจากอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง2ท่านที่สละเวลาอันมีค่ามาบรรยายให้พวกเราฟังโดยช่วงเช้าเป็นการบรรยายเกี่ยวกับเรื่องการเงิน หรือการบัญชีและพัสดุ ส่วนตอนบ่ายเป็นเรื่อง คุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะที่เหมาะสมของผู้นำในยุคปัจจุบัน โดยที่เราได้ความรู้อย่างมากมายที่ไม่สามารถหาได้จากการเรียนห้องเรียนไหนนอกจากวิชานี้ พวกเราจึงเร็สึกดีใจมากๆๆที่ได้รับความอนุเคราะห์จากทั้งสองท่าน

สิ่งที่เราได้รับจากการเรียนรู้ในวันนี้

1.จรรยาบรรณที่ทุกอาชีพจำเป็นต้องมีไม่จำเป็นต้องเฉพาะอาชีพนักบัญชีเท่านั้น คือ ความซื่อสัตย์ เพราะถ้าคนเราทุกคนมีความซื่อสัตย์เป็นพื้นฐานแล้วนั้น ความถูกต้องและความดีก็จะเกิดในทุกสังคมได้ทั้งนั้น

2.ทะเบียนเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในระบบการเงินและการพัสดุ เพราะจะทำให้เราทราบได้ถึงข้อมูลที่มาที่ไปของแต่ละอย่างที่ทำการจดบันทึกเอาไว้ และยังเป้นการเตือนความจำได้อีกอย่างหนึ่งด้วย

3.เวลาในแต่ละสถานที่นั้นไม่สำคัญ ดังนั้นถ้าเราต้องนัดกับใคร เราไม่ควรไปพอดีกับเวลานัด ควรเผื่อเวลาไว้บ้าง เพราะบางสถานที่มีกฎหมายมาเกี่ยวข้องและแฝงอยู่ในชีวิตประจำวันซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรจะรู้เกี่ยวกับกฎพื้นฐานเพื่อไม่ให้เราพลาดโอกาสต่างๆที่จะเกิดขึ้นได้

4.เราควรมีการวางแผนในแบบหยาบๆก่อน ถึงเราไม่สามารถบรรลุตามแผได้ เราก็ควรมีการแก้ไขปรับปรุงในแผนครั้งต่อไป ตามplan do act check

5.เราควรหาสิ่งยึดเหนี่ยวในการทำงาน เช่น สร้างแรงศรัทธาต่อองค์กร เพื่อหลีกเลี่ยงการทำผิดต่อองค์กร

6.การสื่อสารม การกล้าแสดงออก เป็นการแสดงจุดยืนเพื่อการเรียนรู้

7.การแข่งขัน ไขว่คว้า ต่อสู้ เพื่อโอกาส

8. โอกาสเป็นสิ่งสำคัญ แล้วเราได้มองอนาคตกันบ้างหรือเปล่า

9.คนคือหัวใจอยางหนึ่งที่จะทำให้งานประสบความสำเร็จ

10.นักเรียนไทยกับนักเรียนต่างชาติ ต่างกันที่ นักเรียนต่างชาติมักใช้คำถามเพื่อให้เกิดการคิดซึ่งต่างจากเด็กไทยที่มักใช้คำถามเป็นปัญหาเพื่อไม่ยอมที่จะทำอะไรต่อไป

11.ในฐานะที่เราจะต้องออกไปเป็นหัวหน้าหรือผู้นำต่อไปในอนาคต เราควรตรวจสอบที่มาของแต่ละอย่างไม่ควรที่จะเซ็นต์อะไรง่ายๆเพราะเชื่อลูกน้องที่ทำงานให้ไปหมดทุกอย่าง

12.ผู้นำควรทำให้คนกับงานให้เท่าๆกันโดยที่งานดี คนมีความสุขตามทฤษฎีของGRID

13.คนเราควรซักถามเพื่อให้เกิดความรู้ใหม่ๆ

14.การทำตัวเองให้คนอื่นมาจ้างเข้าทำงาน คือตัวเรานั้นต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอไม่ควรหยุดนิ่ง หรือคิดว่าตัวเองเก่งแล้วดีแล้ว เพราะเรียนรู้เพื่อเป็นการพัฒนาตัวเอง ดังคำที่ว่า ไม่มีใครแก่เกินเรียน

15.ลูกค้ามีทั้งภายในและภายนอก ที่เราต้องให้บริการอยู่เสมอ

16.ทีมงานเดียวกันต้องคุยกัน เพื่อสนับสนุนกันให้บรรลุเป้าหมาย และคุยกันเพื่อให้มีเป้าหมายเดียวกัน ในวิสัยทัศน์เดียวกัน

17.ผู้นำต้องกระตุ้นให้ลูกน้องอยากมีการพัฒนาตัวเองและให้ต้องให้แนวทางในการพัฒนาด้วย

18.คนเราควรเรียนรู้ที่จะรักในสิ่งที่เราจะทำ

19.คนเราควรมีหลักธรรมในการดำเนินชีวิต เพราะมันจะทำให้เราตั้งอยู่บนพื้นฐานความดี

20.การจดบันทึกเป็นการเชื่อมโยงสิ่งต่างๆเข้าด้วยกัน

สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ในวันที่ 15 กันยายน 2550

วันนี้เราเรียนกันในหัวข้อ การประเมินผลโครงการ โดยมีอาจารย์ชลารัตน์ เป็นผู้บรรยาย สิ่งที่ดิฉันได้รับในวันนี้คือ

1. โครงการส่วนใหญ่ในมหาวิทยาลัยในปัจจุบันมักเป็นกิจกรรมที่ดำเนินมาตามรุ่นพี่ที่ได้ทำไว้โดยอาจารย์บอกว่าสิ่งไหนดีเราก็คงไว้สิ่งไหนไม่ดีเราก็ต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง

2. ผู้นำนั้นต้องกล้าตั้งเป้าหมายและเป้าหมายที่ดีสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์และเวลาที่เอื้ออำนวยแต่ผลที่ได้ออกมาเหมือนเดิม

3.แผนกำเนินงาน ควรยืดหยุ่นอย่างเหมาะสม ภายใต้ขอบ้ขตของเวลาและความสามารถของคน

4.การประเมินผลโครงการมี2อย่างคือ

4.1ระหว่างดำเนินโครงการ เพื่อประเมินดูก่อนว่าในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่กับงบประมาณที่เสนอไปและผลที่ผ่านมานั้นเหมาะสม มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด เพื่อที่เรานั้นจะสามารถพิจารณนาถึงโครงการของเราได้ต่อไปเพราะอาจจะต้องมีการขอเสนอปรับแก้หรือยุติโครงการก่อนที่จะไม่สำเร็จผล

4.2หลังสิ้นสุดโครงการ เพื่อเป็นการรายงานที่ได้จากการปฎิบัติโครงการและรายงานขีดความสามารถ เพื่อเป็นข้อมูลในโครงการต่อไปหรือว่าต้องมีการทำโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง

5.ในการที่เราจะทำใบประเมินนั้นเราต้องมีการกำหนดประเด็นที่เราจะประเมินก่อนโดยดูจากวัตถุประสงค์ที่เราต้องการ โดยยึดหลัก SMART  ซึ่งถ้าเราไม่มีประเด็น เราจะออกแบบแบบสอบไม่ครอบคลุม ซึ่งตอนที่เราจะต้องทำการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ก็คงไม่ครบถ้วนตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

6.ในฐานะที่เราเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยเราต้องพยายามที่จะทำสิ่งดีๆให้กับมหาวิทยาลัยและคงสิ่งที่ดีอยู่แล้วให่มีอยู่ต่อไป

สุดท้ายในการเรียนครั้งนี้ทำให้เราได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการประเมินผลเป็นอย่างเพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย เพราะมันเป็นการรายงานความคืบหน้าและผลที่ได้รับจากการทำโครงงานที่น่าเชื่อถือ

สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ในวันที่ 8 กันยายน 2550

วันนี้พวกเราได้รับเกียรติอย่างยิ่งที่อาจารย์จากสถาบันการเรียนได้สละเวลาของท่านมาให้ความรู้พวกเราเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์

สิ่งที่ได้จากวันนี้คือ

1. เราควรพิจารณาอย่างจุดใหญ่ๆๆๆไล่ไปหาจุดเล็กๆๆๆและมองให้รอบทิศทาง เราจะเห็นได้ว่าไม่น่าเชื่อสิ่งที่เราไม่ได้คาดคิด เราสามารถมองเห็นและจินตนาการออกมาได้ นั่นก็เป็นมุมมองใหม่ๆๆ

2. เมื่อเราคิดอะไรไม่ได้แล้วเราลองพยายามหาอะไรใหม่ๆๆๆหรือสิ่งของรอบตัวเรามาวิเคราะห์เรียบเรียงก็สามารถเกิดสิ่งใหม่ๆได้เหมือนกัน

3. เราควรแสดงความคิดเมื่อเรามีความคิดเห็นที่แตกต่าง หรือสนับสนุน มาร่วมเป็นการช่วยตัดสินใจ

4.การที่เราได้ใช้เทคนิคหมวก6ใบ เป็นการที่เรานั้นได้มีมุมมองที่หลากหลายตามลักษณะของสีซึ่งบางคนยังมีการแสดงความคิดเห็นในลักษณะเดิม ถ้าเราได้เปลี่ยนสีเราก็จะได้เปลี่ยนมุมมองในการแสดงความคิดเห็น และยังเป็นเทคนิคที่ช่วยลดข้อโต้แย้งในที่ประชุมในลักษณะที่มีการพูดไปคนละทางอีกด้วย

5. ได้ทราบว่าเรานั้นถนัดอะไรทางด้านตรรกะ หรือศิลปะ

6.หัดฝึกสมองทั้ง 2 ข้าง

7. ได้ออกกำลังกาย และฝึกสมองด้วย

8. มีการฟังคนอื่นมากขึ้น

9.เรียงลำดับความสำคัญของงาน

10. เมื่อเรามีเหตุมีผลเราก็จะพบทางออกของปัญหา

11.ความคิดสร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องดีเลิศ แค่เพียงเราคิดมันออกมาถึงแม้ไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ แต่นั้นก็เป็นความคิดสร้างสรรค์อย่างหนึ่งแล้ว

12. ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าเป้นสิ่งที่ทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆบนโลกนี้อยู่เสมอ แต่จะว่าไปแล้วความคิดสร้างสรรค์ที่ดีนั้นก็เราควรคิดไปทางบวก แล้วมันจะทำให้โลกนี้สวยงามเสมอ

ประวัติส่วนตัว

นางสาวอนาวดี บัวระย้า ชื่อเล่น ชมพู่ อายุ 21 ปี

ภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม ชั้นปีที่ 4

เบอร์โทรศัพท์ : 084-9334158

E-mail : bamboo_fruit@hotmail.com

โครงการสวนจิตรดา

พวกเราสามารถดูรายละเอียดของโครงการสวนจิตรดาได้ที่

http://www.scc.ac.th/student_web/2_47/project008/index_1.html

อย่าลืมเข้าไปดูกันนะจ๊ะวันพฤหัสเราจะได้มีอะไรมาคุยกัน

สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2550

วันนี้เพื่อนๆมาสายมากๆๆ วันนี้อาจารย์ก้องกาญจน์ วชิรพนัง เป็นผู้มาบรรยาย วันนี้อาจารย์ได้เปิดโลกทัศน์มากมายทางด้านธุรกิจในอนาคตถ้าเราต้องออกไปทำงาน ในขณะที่อาจารย์ได้พูดอยู่อาจารย์ได้พยายามยกตัวอย่างบุคคลหลายท่านให้พวกเราฟังแต่ว่าพวกเราบางคนรวมทั้งตัวของดิฉันเองก็ไม่ค่อยรู้จักดังนั้นเป็นอันว่าวันนั้นดิฉันได้ข้อสรุปคือ

1. การที่เราจะเป็นผู้นำได้นั้นต้องมีโลกทัศน์ที่กว้างไกลด้วยและมีมุมมองที่หลากหลาย

2.การศึกษาตัวอย่างจากผู้ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วเป็นตัวอย่างที่ดี

3.การอ่านหนังสือมากๆเป็นเพิ่มฐานความรู้ให้กับตัวเองและยังสามารถถ่ายทอดให้กับผู้อื่นได้อีกด้วยโดยการชักนำหรือแนะนำให้อ่านหนังสือเล่มที่เราเคยได้อ่านมาแล้ว

4.การรู้จักโครงสร้างของบริษัทก่อนที่เราจะเข้าไปทำงานเป็นพื้นฐานข้อมูลที่เราจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับบริษัทที่เราจะเข้าไปทำงานได้

5.คนเราควรค่อยๆพัฒนาจะเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน

6.การศึกษาภาษอังกฤษเป้นสิ่งที่จำเป้นมากๆๆในทุกวันนี้

7.การทำงานเป้นทีมจะช่วยให้งานของเราสำเร็จได้เร็วขึ้นขึ้นและดีที่ขึ้นถ้ามีการจัดการบริหารที่ดี

8.พวกเราต้องมีการแสดงความคิดเห็นในสิ่งที่เป็นเป็นจุดบอกและสิ่งที่จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับที่ประชุมเพื่อเปิดมุมมองของงานต่างๆให้ได้หลายด้านมากยิ่งขึ้น

9.การเข้าใจถึงธรรมชาติของเพื่อนร่วมงานทำให้การทำงานเป็นทีมของเราราบรื่นมากยิ่งขึ้น

สุดท้ายแล้วการที่แสวงหาความรู้เป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีทางสิ้นสุด

หลังจากการเรียนเราได้มีการประชุมโครงงานต่อแต่ในวันนี้เพื่อนมากันน้อยเพราะเนื่องจากวันหยุดที่ติดต่อกันหลายวัยนทำให้เพื่อนๆบางคนกลับบ้านที่ต่างจังหวัดและได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงงานเพิ่มเติมและอาจารญืได้ชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนของโครงการเราทำให้พวกเราต้องนำข้อด้อยตรงนั้นกลับไปพัฒนาต่อเราจึงได้มีการนัดการประชุมกลุ่มขึ้นมาใหม่ในวัพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2550 เวลา 5 โมงเย็นสถานที่ติดตามได้ที่บล็อคของพี่เจี๊ยบเพราะพี่เจี๊ยบได้อาสารับเรื่องการจองห้องให้กับกลุ่มของเรา ต้องขอขอบคุณพี่เจี๊ยบมากๆๆค่ะ

ขอโทษทุกคนนะค่ะ

เรื่องส่งรายงาน

ชมพู่ต้องขอโทษเป้นอย่างมากที่รับปากทุกคนแล้วไม่ได้ส่งรายงานครั้งแรกให้อาจารย์ตามกำหนด ต้องขอโทษเป็นอย่างมากๆๆๆไม่อยากบอกว่าทำไมวส่งไม่ทันมันเป็นการแก้ตัวทั้งหมด เพราะฉะนั้นแล้วพี่จะไปคุยกับอาจารย์ในวันศุกร์นี้เรื่องที่ส่งงานล่าช้าคือว่าพี่พึ่งส่งตอนเที่ยงคืนนี้เองต้องขอโทษเป้นอย่างมาก ไท้รู้จะพูดอย่างไรเอาเป็นว่าวันเสาร์พี่จะขอโทษต่อที่ประชุมกลุ่มของเราอีกครั้งละกันที่รับปากมาแต่ไม่สามารถทำได้

ขออภัยอย่างแรงนะคร๊าบทุกคน

ชมพู่

โครงการ ไปดูบ้านพ่อ

โครงการ ไปดูบ้านพ่อ

หลักการและเหตุผล               

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพัฒนาโครงการต่างๆเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย ในฐานะที่เราเป็นส่วนหนึ่งของประชาชนชาวไทย จึงสมควรยิ่งที่จะศึกษาหลักการและแนวคิดของโครงการอย่างท่องแท้ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และเผยแผ่ต่อสาธารณชนต่อไป

วัตถุประสงค์

1.       เพื่อศึกษาโครงการพระราชดำริ

2.       เพื่อนำโครงหารพระราชดำริไปเผยแผ่ต่อผู้ที่สนใจ

3.       เพื่อศึกษาแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

4.       เพื่อพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำของผู้ที่เข้าร่วม

เป้าหมาย

1.       เพื่อพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำของผู้เข้าร่วม จำนวน 50 คน

2.       เผยแผ่โครงการพระราชดำริและแนวคิดให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

วิธีดำเนินการ

1.       หาสถานที่จัดโครงการพระราชดำริ

2.       เตรียมกิจกรรมไปศึกษาดูงานโครงการ

3.       ไปดูโครงการพระราชดำริที่สวนจิตรดา

4.       เตรียมกิจกรรมที่จะเผยแผ่โครงการที่ได้ไปดูและศึกษามา

5.       จัดกิจกรรมเผยแผ่โครงการขึ้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

6.       สรุปและประเมินผลโครงการ

ระยะเวลาดำเนินการ                25 กรกฎาคม 2550 ถึง 29 กันยายน 2550

งบประมาณ

1.       ค่ารถ                                                                                              เป็นเงิน              5,000 บาท

2.       ค่าอาหารกลางวัน 50 คน x 30 บาท                                         เป็นเงิน              1,500 บาท

3.       ค่าวัสดุอุปกรณ์                                                                             เป็นเงิน              4,000 บาท

4.       ค่าธรรมเนียมในการเข้าชมโครงการ 50 คนx30 บาท          เป็นเงิน              1,500 บาท

5.       ค่าล้างฟิล์ม                                                                                    เป็นเงิน                 350 บาท

6.       ค่าประชาสัมพันธ์                                                                       เป็นเงิน                 500 บาท

7.       ค่าวิทยากร                                                                                     เป็นเงิน              1,200 บาท

8.       ค่าไปสำรวจโครงสวนจิตราดาเบื้องต้น                                  เป็นเงิน                 200 บาท

9.       อื่นๆ                                                                                               เป็นเงิน              1,800 บาท

สถานที่ดำเนินการ

1.       สวนจิตรดา

2.       มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.       ได้ความรู้เรื่องโครงการตามแนวพระราชดำริและแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

2.       เพิ่มศักยภาพความเป็นผู้นำของคณะผู้จัดทำ

3.       ได้นำหลักการและแนวคิดของโครงการต่างๆไปใช้ในชีวิตประจำวันและเผยแผ่ต่อนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ผู้รับผิดชอบ                คณะนักศึกษาที่เรียนวิชาSSC 263 Developing Leader จำนวน 21 คน   

การเรียนรู้ในวันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม2550

วันนี้ได้ข้อคิดดีมากมายในช่วง2ชม.ซึ่งพวกเราได้รับเกียรติจากอาจารย์พิเศษ มาบรรยายซึ่งอาจารย์ได้พูดในลักษณะที่ทำให้พวกเราเข้าใจง่ายโดยทั้งยกตัวอย่างที่ทำให้พวกเราเห็นภาพได้เป็นอย่างดี เอาเป็นว่าสรุปเป็นข้อๆๆมาละกันว่า ชมพู่ได้อะไรกันบ้าง

  1. ทำไมในปัจจุบันในวงการของผู้นำหรือผู้บริหารเริ่มมีอัตราส่วนของผู้หญิงมากขึ้นและผู้ชายน้อยลง
  2. การเรียนรูไม่ใช่การเรียนรู้ทางเดียวต้องมีการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน
  3. learning by doing ต้องมีการทดลองหรือปฎิบัติเพื่อเป็นการเพิ่มประสบการณื
  4. ทำไมผู้นำต้องเรียนรู้โครงการ ซึ่งเราจะได้หลักคิดและวิธีการและมุมมองต่อโครงการนั้นๆในภาพกว้างเพื่อเป็นการช่วยในการบริหารหรือจัดกิจกรรมต่อไป
  5. การที่เราจะนำคนอื่น เราต้องมีจุดมุ่งมั่นที่จะทำอะไรให้สำเร็จ
  6. ใช้หลักอริยสัจ4มาช่วยแก้ปัญหา
  7. การทำงานร่วมกับคนอื่นเป็นการเรียนรู้และเพิ่มประสบการณ์
  8. ประสบการณ์เป็นตัวกำหนดความคิดและพฤติกรรม
  9. ประสบการณ์+ความรู้=ภูมิปัญญา
  10. no action talk only ไม่ใช่ผู้นำที่ดี

และในการตอบคำถามQ1โครงการคืออะไร-กิจกรรมที่มีการใช้ทรัพยากรและทำแบบมีวัตถุประสงค์พื้นฐานทรัพยากร4Mคือman,money,material,manage

Q3 บทบาทของผู้นำในการจัดทำ /ดำเนินโครงการ

-เป็นคนคิดริเริ่มสร้างสรรค์

-เป็นคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำ

-ทำให้เป็นจริงโดยเริ่มเขียนออกมาเป็นรูปร่าง what when where why who how และใช้ทรัพยากรมากน้อยแค่ไหน

- เสนอโครงการที่เขียน

-ดำเนินการ organization,อำนวยการ

-คนที่มองภาพรวมของกิจกรรมทั้งหมด

-ประชุมแบ่งงาน,ร่วมกันคิด

-มีการปติสัมพันธ์กับคนอื่น

ซึ่งปัญหาของคนไทยที่ทำให้ผู้นำล้มเหลวคือ -ทำงานเป็นทีมไม่ดี ,ทนแรงกดดันไม่ไหว ,ชอบติไม่ชอบทำ ,สนับสนุนในที่ผิดหมายถึงว่าเยินย่อจนเกินเหตุ

และอาจารย์แนะนำว่าถ้าเราใช้หลักอริยสัจ4มาช่วยในการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นหนทางที่ดีมาก

ขั้นตอน&วงจรโครงการ

plan->do->check->action->plan->do->check->action->

ซึ่งเราจะมีการทำวนไปอย่างนี้เรื่อยๆ

ซึ่งก็ได้สิ่งอื่นๆอีกมากมายคงเขียนไว้ไม่หมดแต่พวกเราขอขอบคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างมากที่เสียสละเวลามาบรรยายให้พวกเราฟังในวันนี้

และตอนที่เราเข้ากลุ่มกันทั้งในตอน2ชม.สุดท้ายและในช่วงบ่ายก็ได้พูดคุยกันถึงหัวข้อโครงการที่เราจะทำก็เป็นการแสดงออกที่ดีมากๆๆๆซึ่งคิดว่าตัวชมพู่เองก็แสดงออกยังไม่ถูกทางเพราะเหมือนกับว่าเราได้บังคับคนอื่นซึ่งเรานั้นรู้สึกไม่ดี แต่ว่าคราวหน้าจะเอาใหม่พยายามปรับตัวให้มากกว่านี้โดยมีใหม่คอยดูและสอบถามอยู่เรื่อยๆๆๆ